Traversing the ocean with El Jadida

ประเทศโมร็อคโคจุดเด่นของเค้าเป็นเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ ด้านหนึ่งติดกับทะเลทรายซาฮาร่า แต่อีกด้านหนึ่งก็ติดกับมหาสมุทร ทำให้เมืองนี้มีเมืองท่าน่าสนใจให้เราไปท่องเที่ยวอีกด้วย แม้ว่าหลายทัวร์ จะมองข้ามแต่บอกเลยว่าเมืองท่าอย่าง เอลจาดีด้า เป็นเมืองน่าสนใจมีแหล่งอารยธรรม เอกลักษณ์เป็นของตัวเองเหมือนกันมีอะไรบ้างไปดู

ประวัติของเมือง เอลจาดีด้า

เมืองเอลจาดีด้า เป็นเมืองท่าสำคัญของประเทศโมร็อคโคตั้งแต่ยุคอาณานิคมโน่นเลย เมืองนี้จะอยู่ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค จากการเป็นเมืองท่าทำให้เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ค่อนข้างยาวนานพอสมควร ตามประวัติบันทึกไว้ว่าเมืองนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1502 เป็นเมืองท่าค้าขายกับชายฟินีเซียน จากนั้นก็พัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ตอนนี้เมืองเอลจาดีด้าถูกขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมแล้วเมื่อปี 2004 ดังนั้นการันตีได้ว่าเมืองนี้มีอะไรให้ดูแน่

ป้อมเอลจาดีด้า

ป้อมสำคัญของเมืองเอลจาดีด้า นั่นคือ ป้อมเอลจาดีด้า ป้อมแห่งนี้มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์มากเนื่องจากเป็นป้อมปรากการที่คอยปักหลักป้องกันเมืองจากกการรุกรานของศัตรู ป้อมนี้มีขนาดใหญ่มาก กำแพงของป้อมทอดยาวเคียงคู่ไปกับหาดทราย ทะเลของเมือง ทำให้เมืองนี้มีความแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ ด้านในถูกตกแต่งด้วยศิลปะของโปรตุเกสยุคเรเนสซอง ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากเมืองอื่นของประเทศโมร็อคโคอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังมีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่อยู่ภายในป้อมด้วย

อ่างเก็บน้ำใต้ดิน

มาดูสถาปัตยกรรมแห่งแรกก่อนดีกว่า เรารู้กันดีว่าเมืองท่าแบบนี้ต้องมีป้อมปราการเพื่อสอดส่องและป้องกันการรุกรานจากข้าศึกแน่นอน แต่ว่าป้อมปราการของเมืองเอลจาดีด้า มีอยู่ป้อมหนึ่งมีความพิเศษค่อนข้างมาก นั่นคือป้อมเอลจาดีด้า ป้อมนี้มีอ่างเก็บน้ำใต้ดินด้วย แถมอ่างเก็บน้ำยังมีขนาดใหญ่อีกด้วย บวกกับการตกแต่งอันสวยงาม ตามประวัติศาสตร์เล่าว่าอ่างเก็บน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นปี 1514 ตอนนี้ก็ถูกขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโกไปแล้วเรียบร้อย

ศิลปะแตกต่างจากเมืองอื่น

ประเทศโมร็อคโคมีหลายเชื้อชาติ ชนชาติเข้ามารุกรานเพื่อยึดครอง ทำให้แต่ละเมืองมีการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมอันหลากหลายด้วย หลายเมืองมักจะมีศิลปวัฒนธรรมสไตล์โมร็อคโค แต่เมืองเอลจาดีด้านี้ แตกต่างออกไป เนื่องจากเมืองนี้เคยถูกปกครองด้วยโปรตุเกสเลยทำให้สิ่งก่อสร้างต่างๆ ถูกตกแต่งด้วยศิลปะในแบบเรเนสซอง ทำให้การเดินชมบ้านเมืองของเราให้เราได้ความรู้สึกแตกต่างออกไปเหมือนอยู่ในโปรตุเกสมากกว่า โมร็อคโค ใครอยากเห็นสถาปัตยกรรมสไตล์โปรตุเกสยุคเก่าในประเทศโมร็อคโค เมืองนี้ต้องห้ามพลาด